2009/Sep/25

ผมพูดแบบนี้แล้วคนงงทุกทีเลย

วงการดนตรีจะพัฒนาไปได้มากกว่านี้ยังไง เพราะเทคโนโลยีเหรอ เพราะคนพกพาเพลงไปฟังได้ตลอดเหรอ หรือว่าเพราะอินเตอร์เน็ต คนก็แลกเปลี่ยนเพลงเถื่อนกันมากขึ้น ขนาด mp3 ยังซื้อกันเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งๆที่มันก็แพงเหมือนกันแหละ (เขาขโมยมาขาย ดันขายแพงอีก)

หรือเพราะจริงๆแล้ว วงการดนตรีกำลังจะดีขึ้นจริงๆ?

 ผมบอกได้เลยว่า กำลังจะดีขึ้นจริงๆ เผลอๆ เราจะได้เห็นภายในชั่วชีวิตพวกเรา

ต่อไป จะเริ่มมีคนค้นพบพลังงานใหม่ๆ ที่สามารถทดแทนพลังงานไฟฟ้าจาก ถ่านหิน หรือนิวเคลียร์ ได้ ถ้าใครทำได้ก็จะเป็นมหาอำนาจ ประเทศต่างๆจะเริ่มรบกันอย่างบ้าคลั่ง เพื่อแย่งเทคโนโลยีนี้ จะนำเอาเทคโนโลยีนี้มาทำเป็นอาวุธฆ่ากันอย่างโหดเหี้ยม ประเทศทั้งหลายในโลกต้องแบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายแรก คือพวกที่ "กูจะเข้าสงคราม" พวกนี้ ก็ต้องการที่จะคงไว้ และได้มาซึ่งเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะทาง พลังงาน ทางทหาร และอื่นๆ ประเทศพวกนี้ก็จะรวมตัวกันเป็นฝ่ายๆ เพื่อให้เกิด power สามารถปกป้องตัวเองและรุกรานชาวบ้านได้ ประเทศไหนที่เข้าไปแล้วไม่สามารถคงอยู่ได้ก็ต้องสูญสลายไปแลกด้วยความตายของคนทั้งชาติ ประเทศที่เหลือ คือประเทศที่ไม่เข้าสงคราม พวกนี้ถ้าสามารถถอยสามารถหนีได้ มันก็หนีไปเลย ไปอยู่ตามเขา ตามป่า ชีวิตในเมือง คือชีวิตของผู้มีอำนาจ เท่านั้น เพราะจะอยู่ในเมืองได้ก็ต้องใช้พลังงาน พลังงานเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจเท่านั้นที่จะได้มา ผู้ที่จะไม่เข้าสงครามชิงอำนาจ ก็ควรจะไปอยู่ตามป่าตามเขา ตามชนบทซะ เรื่องพลังงานไฟฟ้า น้ำมัน ไม่ต้องมี

ท่ามกลางสงคราม และชีวิตโหดร้ายของเมือง ไม่มีคนหันมาสนใจดนตรีแล้ว เพียงแค่ เอาๆๆๆๆๆ เอาของคนอื่นๆๆ ให้ได้มากๆๆ นี่แหละ สำคัญที่สุด เพราะไม่ทำต่อ ก็อยู่ด้วยอำนาจนั้นไม่ได้ ก็ไปตายซะ แต่ชีวิตในชนบทนั้น

เฮ....................... เมืองไทยอาหารอร่อยสุดยอด ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ของแซ่บก็เยอะ โอย ชีวิตทำไมมันจะมีความสุขขนาดนี้ คนไม่ต้องใช้มือถือ ทีวี รถยนต์ อินเตอร์เน็ตกันแล้ว แม้พัดลมก็ไม่มี ถ้าใครจะมีก็เหมือนดึงเอาสงครามมาสู่ชนบท ย่อมเป็นที่รับไม่ได้ในชุมชน

แทนที่ทุกคนจะต้องเครียดกับการทำสงคราม ก็ใช้ชีวิตอยู่กับความอยู่รอดพื้นฐาน ปลูกผัก เลี้ยงไก่ ทำไร่ทำสวน พายเรือไปมาหาสู่กัน นั่งเกวียน ขี่ควาย มีอะไรก็เอามาแบ่งปันกัน แม้เงินทองก็ไม่ต้องใช้ ชีวิตชนบทบางทีก็มีเวลาว่างเยอะนะ กว่าจะรอเก็บไข่ไก่ รีดนมวัว หรือรอข้าวออกรวง มีเวลาว่างตั้งมากมาย ผู้ใหญ่ ชวนเด็กๆ มานั่งเล่นและร้องเพลงร่วมกัน อากาศหนาว ก่อกองไฟ กีต้าร์โปร่ง ไม่ต้องมี เพราะไม่รู้จะเปลี่ยนสายจากไหน โยนทิ้งไป หาไม้ไผ่ มาทำเป็นขลุ่ย หาท่อนไม้มาทำเป็นกลอง สาวๆเสียงใสๆ ร้องรำ วัยรุ่นจิบเหล้าหมักให้เมาเคล้าเสียง ดนตรี ดนตรีจะเข้าถึงทุกคน เพราะทุกคน ได้ร้อง รำ ทำ เพลง แม้เครื่องดนตรี ยังต้องสร้างเอง ไม่ต้องฟังจากทีวีวิทยุ ไม่ต้องโหลดจากเน็ต ไม่ต้องพกไอพ็อด เพราะ นั่น ไม่ใช่ ดนตรี นี่แหละ..  ดนตรี ในยุคต่อไป

ยุคใหม่ที่เรียกว่า ยุค.. Acoustic 

edit @ 25 Sep 2009 16:23:30 by kijjaz

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
แต่คนชนบทเข้ามาอยู่เมืองกรุง แทนที่คนเมือง

ท๊อดทองดีจัด แคนเฟสติวัล
อบต.กะลังหัดฟังแจ๊สและคลาสสิค
เด็กรุ่นใหม่ๆ ฟังโพสร๊อค
ตอนนี้กำลังฟังเพลงที่จังหว่ะไม่เข้ากันเลยทั้งเพลง
#1  by  nut (112.142.120.181) At 2009-09-25 16:28, 
มีคนพูดไว้ว่า เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง
คุณมาโนช พุฒตาล เคยกล่าวไว้ในคอนเสิร์ตไตรภาคว่าวันนึงไม่มีไฟฟ้า ไม่มีแสงสี มีเพียงพวกเราร้องรำทำเพลงกันแบบ อคุสติก พูดเสร็จก็ปิดไมค์ร้องสดๆ ท่ามกลางความเงียบของคนดู ซึ้งใจจริงๆ
#2  by  lite (61.90.163.72) At 2009-09-25 16:29, 
หลังจากนั้น เมืองก็ล่มสลาย และ คนที่อาศัยอยู่ชนบทในเวลาหลายสิบกว่าปีต่อมาก็ได้ค้นพบและสนุกสนานกับการทำเสียงจากพลังงานโดยเฉพาะไฟฟ้า เขาทำให้เสียงเดิมๆเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมากมายหลากหลายจะจินตนาการ(เนื่องจากไม่เคยฟังอย่างอื่นมาก่อนจึงเข้าใจว่าเป็นของใหม่) ผู้คนเริ่มหันเข้าไปหาดนตรีที่สร้างจากกระแสไฟฟ้ามากขึ้น กลองจากท่อนไม้ไผ่เริ่มสามารถทำได้โดยการเก็บตัวอย่างเสียงแล้วเอามาเรียงๆกัน เสียงสาวๆใสๆก็เอามาผ่านกระแสไฟฟ้าจนได้เสียงสาวไฮเทคหรือสาวที่ใสยิ่งกว่า (แต่วัยรุ่นก็ยังคงจิบเหล้าหมักให้เมาเคล้าเสียงดนตรีเหมือนเดิม) ในไม่ช้าดนตรีแบบนี้ก็เข้าถึงทุกคน มันคือดนตรีในยุคต่อจากยุคต่อไป

ยุคต่อไปที่เรียกว่า ยุค Electronic .... ฮ่วย..
#3  by  Kit Hellmotth (58.64.100.139) At 2009-09-25 19:05, 
ต้นข้าวมาเป็นคนดู มีปูมาสังเกตการณ์ ลำโพงนั้นคือต้นตาล เสียงหวานเหลือเกิน
คันนาก็คือเวที เวทีก็คือคันนา ก้านกล้วยมาเป็นกีต้าร์ เอาไม้ฟืนมาเป็นไมโครโฟน

โอ้..... เย โ้อ้ เย โอ้ โอ้ เย

open-mounthed smile
#4  by  cat~~~ At 2009-09-25 19:55, 
เด็ดมากทั่น โดนใจผมสุดๆ confused smile

ปล. ทัศนคติของทั่น เข้ากับเครื่องแต่งกายของทั่นในวันงาน twitbkk3 อย่างยิ่ง question
#5  by  punpun (134.154.169.149) At 2009-09-26 00:01, 
อืมม .. เป็นไปได้มากเลยนะเนี่ย ...
#6  by  soundsyndrome At 2009-09-26 01:50, 
เยี่ยมครับ!!!

หวังว่ามันคงจะเกิดขึ้นจริงอีกครั้งในประเทศไทย confused smile
#7  by  Bongbank (118.173.81.226) At 2009-09-26 03:50, 
อารมณ์ไหนเนี่ยกิจ
#8  by  i0_ (124.122.100.103) At 2009-09-26 14:02, 
ทฤษฎีน่าสนใจนะครับเฮีย
หวังว่าจะเข้าสู่ยุค acoustic ได้จริงก่อนจะโดนนิวเคลียร์
#9  by  pakazite At 2009-10-09 07:20, 
จะว่าไป จากผมชอบเล่น เพลงมันส์ๆ พักนี้ ผมก็เริ่มเล่น Acoustic บ้าง เล่น แบบ เมโลดี้ บ้าง ยกตัวอย่างเช่นเพลง I Believe จากภาพยนตร์ เรื่อง My Sassy Girl. ^^ เกือบจะจบเพลงแล้ว ติดอยู่ Section เดียว ก็จะเล่นได้จบแบบสมบูรณ์ แต่ดันไม่มีเวลาฝึกฝน ซักเท่าไร sad smile
#10  by  PeoGeo At 2009-11-05 21:05, 

<< Home


กิจจาศักดิ์ ตริยานนท์
View full profile